
รู้สึกผู้เขียนได้เขียนข่าวเกี่ยวกับ Google Chrome ผ่านบล็อกนี้อยู่หลายข่าว เนื่องจากมีความสนใจบราวเซอร์ทางเลือกตัวนี้เป็นพิเศษ เฝ้าติดตามข่าวคราวของบราวเซอร์ตัวนี้ตั้งแต่เวอร์ชั่น 1 จนปัจจุบันก็เวอร์ชั่น 3 ไปแล้ว ทดสอบใช้งานบนลินุกส์ตั้งแต่ทำงานผ่าน Wine และ CrossOver จนกระทั่งเป็น Chromuim ที่เป็นไบนารี่แท้บนลินุกส์ และก็ติดตามดูมันตั้งแต่ยังไม่แสดงผลภาษาไทยจนแสดงผลภาษาไทยได้ คิดว่าน่าจะเป็นปีได้แล้วกระมัง ...
จนกระทั่งได้อ่านข่าวจาก Blognone พาดหัวข่าวว่า Chrome มีธีมกับเขาแล้ว! ผู้เขียนได้ตามรายละเอียดตามลิงค์ข่าวที่แนบมาก็พบว่า Google Chrome ได้รีลิสเวอร์ชั่น 3เบต้า สำหรับรุ่น Mac และ Linux ผู้เขียนได้ดาวน์โหลดมาลองทดสอบดู เบื้องต้นพบว่ามีการทำงานคล้ายตัวที่ติดตั้งจาก PPA ของ Ubuntu เห็นว่าไม่มีอะไรแตกต่างก็เลยไม่ได้ทดสอบอะไรต่อ ...
http://h3g3m0n.wordpress.com/2009/07/12/linux-chrome-flash-ext/
ลิงค์ด้านบนคือบล็อกที่ได้อ่านข่าวจาก Digg เป็นหัวข้อฮาวทู Chromium ให้ใช้งาน Flash ปลั๊กอินได้ ก็เลยกลับมาลองทดสอบกับเวอร์ชั่น 3เบต้าอีกครั้ง ซึ่งการทดสอบครั้งนี้ต้องประหลาดใจกับ Google Chrome ตัวนี้กลับความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ ขอให้ตามผู้เขียนไปเรื่อยๆและผู้อ่านจะทราบว่ามีสิ่งใดที่น่าสนใจบ้าง ...
มาทดสอบกัน โดยการติดตั้งตามมาตราฐาน Ubuntu เริ่มต้นด้วยวิธีการแบบคอมมานด์ไลน์ ให้ผู้อ่านเข้าโปรแกรม gnome-terminal แล้วทำการเพิ่มเติมแหล่งดาวน์โหลดใหม่ ด้วยคำสั่ง ...
echo "deb http://dl.google.com/linux/deb/ stable main non-free" | sudo tee -a /etc/apt/sources.list
ดาวน์โหลดกุญแจอนุญาตเพื่อยืนยันความสมบูรณ์ในการติดตั้งโปรแกรม ด้วยคำสั่ง ...
wget -q https://dl-ssl.google.com/linux/linux_signing_key.pub -O- | sudo apt-key add - && sudo apt-get update
ติดตั้งแพกเกจ Google Chrome ซึ่งชื่อแพกเกจก็บอกถึงความไม่เสถียร ด้วยคำสั่ง
sudo apt-get install google-chrome-unstable
เมื่อติดตั้งเสร็จจะปรากฏไอค่อนเรียกใช้งานที่เมนู โปรแกรม > อินเตอร์เน็ต > Google Chrome คลิกเลือกไอค่อนดังกล่าวเพื่อทดลองใช้งาน ภาพด้านล่างคือหน้าจอแรก ผู้เขียนเรียก about ขี้นมาดูให้เห็นถึงเวอร์ชั่น จากภาพจะระบุว่าเป็นเวอร์ชั่น 3.0.198.1

Google Chrome จะแสดงผลเมนูตามรหัสภาษาตามที่ผู้ใช้เลือกใช้งาน สังเกตว่าผู้เขียนเลือกโลแคลเป็นภาษาไทย เมนูของกูเกิลโครมก็แสดงเป็นภาษาไทยเช่นเดียวกัน เท่าที่ผู้เขียนทดสอบฟังค์ชั่นเสริมพบว่าฟังค์ชั่นปรับแต่งค่ายังมีไม่มาก แต่ก็มีบางส่วนที่น่าสนใจ เช่นการเปลี่ยนธีม ปกติธีมกูเกิลโครมจะมีโทนสีฟ้า รุ่นที่ติดตั้งกับ Ubuntu จะสามารถใช้สีตาม Gtk+Theme ของระบบลินุกส์ที่ใช้อยู่ จากภาพผู้เขียนทดลองเลือกธีมอื่นๆซึ่งเป็นฟีเจอร์ปรับแต่งล่าสุด ...
ปกติการทดสอบความสมบูรณ์ของเว็บเพจ ผู้เขียนชอบเลือกใช้เว็บ www.manager.co.th ไม่ใช่ผู้เขียนจะสนับสนุนเสื้อเหลืองนะครับ แต่เว็บนี้จะสามารถตรวจสอบการความสมบูรณ์ในการแสดงผลหลายๆด้าน จากภาพจะแสดงให้เห็นถึงฟอนต์ที่เล็ก เนื่องจากกูเกิลรุ่นนี้ไม่สามารถปรับตัวอักษรได้ตามต้องการเหมือนไฟร์ฟอกซ์ เลยทำให้ฟอนต์ที่แสดงผลนั้นจะเป็นขนาดที่ถูกสั่งมาโดยตรงจากเว็บ จากภาพสังเกตว่าภาพแฟลชยังใช้งานไม่ได้ ...
ทดสอบการใช้งานแฟลชตามเว็บแนะนำที่กล่าวถึงด้านบน โดยใช้คำสั่งแบบคอมมานไลน์ผ่านเทอร์มินัล ดังนี้
google-chrome --enable-plugins --enable-greasemonkey --enable-user-scripts --enable-extensions
ทดลองเข้าเว็บแมนเนเจอร์อีกครั้ง จะพบว่าแฟลชทำงานได้แล้ว ที่ผู้เขียนประหลาดใจก็เพราะว่ากูเกิลโครมตัวนี้สามารถใช้ Flash Extension ร่วมกับบราวเซอร์อื่นๆของ Ubuntu ได้ทันที โดยไม่ต้องปรับค่าใดๆ จากคำสั่งก่อนหน้าผู้เขียนสังเกตุเกี่ยวกับอากิวเม้นท์ enable-extensions ถ้าแฟลชใช้งานได้ ฟีเจอร์อื่นก็อาจจะได้ด้วยกระมัง ก็เลยทดลองเรียกดู ASTV Online ครั้งแรกที่เรียกไม่ได้คาดหวัง แต่ผิดคาดโปรแกรมกลับแสดงภาพทีวีออนไลน์ให้ได้เห็น นี้คือความประหลาดใจ จนอดตื่นเต้นไม่ได้ ดูภาพประกอบด้านล่าง ...
สรุปว่าผู้เขียนได้ลองทดสอบฟีเจอร์ที่ทำได้ก็มีแค่ Flash และ MediaPlayer แค่สองตัวนี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว สำหรับมีเดียเพลเยอร์ที่กูเกิลโครมเลือกใช้งานเป็นโปรแกรมตัวใด ผู้เขียนได้ตรวจสอบพบว่าเป็น gnome-mplayer และ gecko-mediaplayer ซึ่งถ้าผู้อ่านใช้ Ubuntu PE ก็ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมดังกล่าว เพราะ PE ได้ติดตั้งแพกเกจดังกล่าวมาให้อยู่แล้ว ปกติแพกเกจตัวนี้ติดตั้งเพื่อใช้งานกับ Opera ไม่คิดว่าจะได้อานิสงฆ์มาถึง Google Chrome ด้วย ...
สำหรับผู้อ่านที่ใช้ Ubuntu รุ่นอื่นๆ ก็ต้องติดตั้งแพกเกจเพิ่มเติม ตามตัวอย่างคอมมานด์ไลน์ดังนี้
sudo apt-get install gnome-mplayer gecko-mediaplayer
ปล. เนื่องจากฮาวทูด้วยวิธีการคอมมานด์ไลน์ ก็จะไม่พ้นถูกค่อนแคะว่า "เอะอะ ก็คอมมานด์ไลน์" จริงๆก็สามารถนำเสนอในรูปแบบ GUI คลิกๆก็ทำได้ แต่จะเป็นบทความที่เฝือไปด้วยรูปภาพมากมาย ดังนั้นการนำเสนอในรูปแบบคอมมานด์ไลน์จะง่ายต่อการเขียนบทความ กระชับดี ใช้งานจริงก็ทำได้รวดเร็ว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้อง "คอมมานด์ไลน์" ...


